ไบเดนชี้ “สหรัฐในอนาคต” ต้องจัดทำ “การค้าใหม่”

นายโจ ไบเดน กล่าวว่า “รัฐบาลวอชิงตันในอนาคต” ต้องเจรจากับ “พันธมิตรชาติประชาธิปไตย” จัดทำแนวทางการค้าใหม่เพื่อเผชิญกับอิทธิพลของจีน แต่ยังสงวนท่าทีว่า แล้วสหรัฐจะเข้าร่วม “อาร์เซ็ป” หรือกลับไปเดินหน้า “ทีพีพี” ต่อไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ว่าในช่วงหนึ่งของการแถลงเมื่อวันจันทร์ ผู้สื่อข่าวตั้งคำถามต่อนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เกี่ยวกับ “ความสนใจในอนาคต” ต่อการที่สมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) 10 ประเทศ ร่วมด้วยจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้  ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ลงนามร่วมกันในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ( อาร์เซ็ป ) สร้างเขตการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) รวมกันคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก
 
ไบเดนตอบว่า ตอนนี้เขายังให้ความเห็นได้ไม่มากนัก เนื่องจากยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ “และสหรัฐมีประธานาธิบดีครั้งละคนเดียวเท่านั้น” แต่ยืนยันจะให้รายละเอียดมากขึ้นในวันที่ 21 ม.ค. ปีหน้า หรือ 1 วันหลังสาบานตนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี แม้เป็นที่ทราบกันว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจของอเมริกามีสัดส่วนครอบคลุม 25% ของเศรษฐกิจโลก แต่สหรัฐต้องร่วมมือทางการค้ากับ “มิตรประเทศที่เป็นประชาธิปไตย” เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ให้เป็นไปตามครรลอง แทนที่จะปล่อยให้จีนเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์อยู่ฝ่ายเดียว
 
ทั้งนี้ หลายฝ่ายในสหรัฐมองการลงนามอาร์เซ็ปสะท้อน “การก้าวถอยหลัง” ของสหรัฐ จากเวทีการค้าโลก เพราะรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ( ทีพีพี ) เมื่อปี 2560 ทำให้อีก 11 ประเทศที่เหลือต้องร่วมกัน “แก้ไข” ทีพีพีให้ออกมาในรูปแบบข้อตกลงครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนการค้าระหว่างภาคพื้นแปซิฟิก ( ซีพีทีพีพี ) แต่จนถึงตอนนี้มีเพียง 2 ประเทศที่ให้สัตยาบันแล้ว คือญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์
 
อนึ่ง ทีมงานของไบเดนกล่าวก่อนหน้านั้น ว่ารัฐบาลวอชิงตันชุดใหม่จะยังไม่ยกเลิกกำแพงภาษีสูงลิ่วที่ทรัมป์กำหนดไว้ต่อสินค้าและบริการของจีน “ในทันที” เพราะ “ต้องมีการเจรจา”  ขณะเดียวกัน ไบเดนจะเพิ่มการลงทุนด้านทรัพยากรแรงงานภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมศักยภาพ และประสิทธิภาพให้กับสินค้าและบริการของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม หอการค้าสหรัฐออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา “ยังไม่แนะนำ” ให้รัฐบาลวอชิงตันเข้าร่วมอาเซ็ป โดยให้เหตุผลว่าเป็นช่วงเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป แต่ยอมรับว่ามีความวิตกกังวล ต่อการที่สหรัฐจะอยู่ในสถานะ “โดดเดี่ยวทางการค้า” จากนานาประเทศ

© 2020 sport news & lifestyle | Theme: Storto by CrestaProject WordPress Themes.